ควรดื่มน้ำวันละกี่ลิตร?

ความต้องการน้ำของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นกับขนาดตัวและกิจกรรมมากกว่าตัวเลข 8 แก้วที่ท่องกันมา เครื่องมือนี้ประมาณจากน้ำหนักตัวและเวลาที่ออกกำลังกาย แล้วแปลงเป็นจำนวนแก้วให้นับตามง่าย ๆ

คำนวณปริมาณน้ำต่อวัน

กก.
นาที/วัน

ไม่ได้ออกกำลังกายใส่ 0 ได้เลย

สูตรที่ใช้คำนวณ: กฎประมาณการ (rule of thumb) 33 มล. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก.

  • น้ำ (มล./วัน) = 33 × น้ำหนักตัว(กก.) + 350 × (นาทีออกกำลังกาย ÷ 30)
  • แปลงเป็นแก้ว: แก้วละ 250 มล. ปัดขึ้นเป็นจำนวนเต็ม

แหล่งอ้างอิง: เกณฑ์ประมาณ 33 มล./กก./วัน (แนวทางโภชนาการทั่วไปอยู่ในช่วง 30–35 มล./กก.) + ชดเชยการออกกำลังกาย 350 มล. ต่อ 30 นาที — เป็นกฎประมาณการ ไม่มีงานวิจัยชิ้นเดียวที่เป็นแหล่งอ้างอิงตายตัว

ผลลัพธ์เป็นค่าประมาณ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ชา กาแฟ นับเป็นน้ำไหม?
นับได้บางส่วน — ของเหลวเกือบทุกอย่างช่วยเติมน้ำให้ร่างกาย และงานวิจัยปัจจุบันพบว่าคาเฟอีนปริมาณปกติไม่ได้ทำให้ขาดน้ำอย่างที่เคยเชื่อกัน แต่น้ำเปล่ายังเป็นตัวเลือกหลักที่ดีที่สุดเพราะไม่มีน้ำตาลและแคลแฝงมาด้วย
ดื่มน้ำมากเกินไปมีโทษไหม?
มีจริงแต่เกิดยากในชีวิตประจำวัน ภาวะโซเดียมในเลือดต่ำจากน้ำเกิน (hyponatremia) มักพบในกรณีดื่มปริมาณมหาศาลในเวลาสั้น ๆ เช่น งานวิ่งระยะไกล การจิบกระจายทั้งวันตามตัวเลขนี้ปลอดภัยสำหรับคนทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
ทำไมออกกำลังกายแล้วต้องดื่มเพิ่ม?
เหงื่อคือน้ำที่เสียออกไปตรง ๆ ยิ่งอากาศร้อนแบบเมืองไทยยิ่งเสียเยอะ สูตรนี้ชดเชยให้ราว 350 มล. ต่อการออกกำลังกาย 30 นาที ซึ่งเป็นค่ากลาง ๆ ถ้าซ้อมกลางแจ้งหรือเหงื่อออกมากเป็นพิเศษ ให้ดื่มมากกว่านี้ตามความกระหาย
ตัวเลขนี้ตายตัวไหม?
ไม่ตายตัว — นี่คือกฎประมาณการ (rule of thumb) ไม่ใช่ค่าที่วัดจากร่างกายคุณจริง อากาศ อาหาร และสุขภาพในแต่ละวันล้วนมีผล สัญญาณที่เชื่อถือได้ง่ายที่สุดคือสีปัสสาวะ ถ้าเหลืองอ่อนใส ๆ แปลว่าน้ำพอแล้ว

ได้เป้าแคลอรี่แล้ว ดูว่าเมนูที่กินบ่อยให้พลังงานเท่าไหร่