ออกกำลังกายแบบนี้ เผาผลาญกี่แคล?

กิจกรรมเดียวกันแต่คนละน้ำหนักตัว เผาผลาญแคลไม่เท่ากัน เครื่องมือนี้ใช้ค่า MET มาตรฐานจากงานวิจัย คูณกับน้ำหนักและเวลาของคุณจริง ๆ ไม่ใช่ตัวเลขกลาง ๆ จากตาราง

คำนวณแคลอรี่ที่เผาผลาญ

กก.
นาที

สูตรที่ใช้คำนวณ: สูตร MET: แคลอรี่ = MET × น้ำหนัก(กก.) × ชั่วโมง

  • แคลอรี่ที่เผาผลาญ = ค่า MET ของกิจกรรม × น้ำหนักตัว(กก.) × เวลา(ชั่วโมง)
  • ตัวอย่างค่า MET: เดินเล่น 3.0 · เดินเร็ว 4.3 · วิ่งเหยาะ 8.3 · มวยไทย(ซ้อม) 10.3 · เวทเทรนนิ่งทั่วไป 3.5
  • ค่า MET ผูกกับความหนักที่ระบุในวงเล็บของแต่ละกิจกรรม

แหล่งอ้างอิง: ค่า MET จาก Compendium of Physical Activities (Ainsworth et al., 2011)

ผลลัพธ์เป็นค่าประมาณ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ค่า MET คืออะไร?
MET (Metabolic Equivalent of Task) คือหน่วยบอกว่ากิจกรรมหนึ่งใช้พลังงานเป็นกี่เท่าของตอนนั่งเฉย ๆ เช่น เดินเร็ว MET 4.3 แปลว่าเผาผลาญ 4.3 เท่าของการนั่งพัก ค่าเหล่านี้วัดจากงานวิจัยจริงและรวบรวมไว้ใน Compendium of Physical Activities ที่ทั้งวงการใช้อ้างอิง
ทำไมคนน้ำหนักมากกว่าเผาผลาญมากกว่า?
เพราะการขยับร่างกายที่หนักกว่าต้องใช้พลังงานมากกว่า เหมือนรถบรรทุกกินน้ำมันมากกว่ารถเก๋งที่ความเร็วเท่ากัน สูตร MET จึงคูณน้ำหนักตัวเข้าไปตรง ๆ นี่คือเหตุผลที่ตัวเลขในตารางสำเร็จรูปตามเน็ต (ซึ่งมักคิดที่ 60–70 กก.) อาจไม่ตรงกับตัวคุณ
ตัวเลขจากนาฬิกา/แอปทำไมไม่ตรงกับนี้?
นาฬิกาประมาณจากอัตราการเต้นหัวใจและการขยับข้อมือ ส่วนสูตร MET ใช้ค่าเฉลี่ยจากงานวิจัยของกิจกรรมนั้น ๆ สองวิธีนี้ให้ตัวเลขต่างกันได้ 10–30% เป็นเรื่องปกติ และทั้งคู่คือค่าประมาณ อย่ายึดตัวเลขไหนเป็นความจริงสัมบูรณ์ ใช้เพื่อเทียบแนวโน้มพอ
ออกกำลังกายแล้วควรกินชดเชยแคลที่เผาไหม?
ถ้าเป้าหมายคือลดน้ำหนัก ส่วนใหญ่ไม่ควรกินคืนเต็มจำนวน เพราะตัวเลขที่เผาจริงมักน้อยกว่าที่คิด และการ "กินคืน" คือสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ออกกำลังกายแล้วน้ำหนักไม่ลด แนวทางที่ปลอดภัยคือยึดเป้าแคลรายวันเดิมไว้ แล้วให้แคลจากการออกกำลังกายเป็นโบนัสของ deficit

ได้เป้าแคลอรี่แล้ว ดูว่าเมนูที่กินบ่อยให้พลังงานเท่าไหร่